ฟังก์ชัน TRUNC

ฟังก์ชัน TRUNC เป็นฟังก์ชันคณิตศาสตร์และตรีโกณมิติของ Excel โดยจะลบส่วนที่เป็นเศษส่วนของตัวเลขออก และส่งกลับตัวเลขจำนวนเต็ม 

ใช้ได้ตั้งแต่ ไมโครซอฟต์ Excel 2007 เป็นต้นมา

ในการวิเคราะห์ทางการเงิน เราจะใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อตัดทอนตัวเลขให้มีความแม่นยำที่กำหนดได้ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์สำหรับการแยกวันที่ออกจากค่าวันที่และเวลาอีกด้วย

ฟังก์ชัน TRUNC

=TRUNC(ตัวเลข,[จำนวนเลข])

ตัวเลข (ตรงนี้ต้องใส่) เป็นตัวเลขที่ต้องการดำเนินการ

จำนวนตัวเลข (ใส่ก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้) เป็นจำนวนตัวเลขทศนิยม หากเว้นว่างไว้ จะใช้ค่าเริ่มต้นเป็น 0 (คือเป็นจำนวนเต็มไม่มีทศนิยม)

  • ถ้าใส่จำนวนตัวเลขเป็นค่าบวก จะระบุจำนวนหลักทางด้านขวาของจุดทศนิยม
  • ถ้าไม่ใส่จำนวนตัวเลขหรือใส่ศูนย์ จะปัดเศษเป็นจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด
  • ถ้าใส่จำนวนตัวเลขที่เป็นค่าลบน้อยกว่าศูนย์ จะระบุจำนวนหลักทางด้านซ้ายของจุดทศนิยม

ตรงนี้คงต้องยกตัวอย่างให้เห็น

ตัวเลข 9123.456789

 ดูที่ตำแหน่ง [จำนวนเลข])

  • ถ้าเราใช้ =TRUNC(9123.456789) จะได้ผลลัพธ์เป็น 9123
  • ถ้าเราใช้ =TRUNC(9123.456789, 2) จะได้ผลลัพธ์เป็น 9123.45 (ตัดที่ทศนิยม 2 ตำแหน่ง)
  • ถ้าเราใช้ =TRUNC(9123.456789, -2) จะได้ผลลัพธ์เป็น 9100 (ถอยกลับมา 2 ตำแหน่ง)

ฟังก์ชันนี้จะไม่ปัดเศษ ไม่ปัดขึ้นหรือลง ตรงนี้จะต่างจากฟังก์ชันที่ใกล้เคียงกันคือ INT เพราะ INT จะปัดลงเป็นค่าที่ต่ำกว่า ส่วน TRUNC จะตัดทศนิยมทิ้งไปเฉย ๆ

เช่นค่า -3.45

  • ถ้าเป็น INT(-3.45) จะได้ -4
  • ถ้าเป็น TRUNC(-3.45) จะได้ -3
ฟังก์ชัน TRUNC

การใช้ TRUNC กับวันที่

เช่นเดียวกับฟังก์ชัน INT เราสามารถใช้ฟังก์ชันนี้กับวันที่ได้เช่นกัน

เช่น พิมพ์ 02/01/2024 ลงไป ถ้าเราใช้ TRUNC(02/01/2024) จะได้ 02/01/2024 เพราะมันคือจำนวนเต็ม

บางทีเราเจอวันที่ พร้อม เวลา เช่น 02/01/2024 11:30:00

เราสามารถใช้ TRUNC ครอบเพื่อใช้แต่วันที่ได้แบบเดียวกับฟังก์ชัน INT

อ้างอิง เว็บไซต์ไมโครซอฟต์เรื่อง TRUNC

ความคิดเห็น

Scroll to Top